ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศในชายสูงวัย

Thu-Oct-2014:23:11      

ศาสตราจารย์ นายแพทย์วชิร คชการ
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
มหาวิทยาลัยมหิดล

 
   

ในปัจจุบันเป็นที่กล่าวขวัญถึงภาวะพร่องฮอร์โมนเพศในผู้ชายกันค่อนข้างกว้างขวาง มีผู้ชายหลายรายขวนขวายหาฮอร์โมนทดแทนเมื่อมีวัยสูงขึ้น ซึ่งบางรายอาจจะมีความจำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนทดแทนจริง แต่บางรายอาจจะไม่มีความจำเป็นต้องได้รับฮอร์โมน การได้รับฮอร์โมนทดแทนโดยไม่ได้มีความรู้อาจจะกลับทำให้มีอาการข้างเคียง และมีอาการไม่พึงประสงค์ติดตามมาได้ ดังนั้นบทความนี้จึงมุ่งที่จะได้ทำความรู้จักถึงภาวะการพร่องฮอร์โมนในเพศชาย อาการ และแนวทางการรักษา

 

บางท่านพยายามเปรียบเทียบการพร่องฮอร์โมนในเพศชายกับผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือน จนกระทั่งมีการเรียกผู้ชายที่มีวัยมากขึ้นว่า “ชายวัยทอง” เช่นเดียวกับที่เรียกผู้หญิงในวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงก้าวสู่วัยหมดประจำเดือน ทั้งๆที่ปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงในเพศชายมีความแตกต่างจากในเพศหญิง แพทย์จำนวนมากจึงไม่ยอมรับ จึงเรียกผู้ชายกลุ่มนี้ว่า“ชายสูงวัย” คือมีอายุมากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลตามวัยที่เพิ่มขึ้น แต่จะมีภาวะพร่องฮอร์โมนหรือไม่ก็ได้ ผิดกับผู้หญิงที่การหมดประจำเดือนเป็นสัญญาณบอกถึงฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป

ได้มีการศึกษาพบว่าเมื่อผู้ชายอายุมากขึ้นเกินกว่า 60ปี มีโอกาสพบว่าคนกลุ่มนี้ฮอร์โมนเพศชายลดต่ำลงร้อยละ50 ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 50 ยังคงมีฮอร์โมนอยู่ในระดับปกติ อาการของผู้ชายที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนเพศนี้มีความหลากหลายไม่มีอาการเฉพาะเจาะจง อีกทั้งอาการเหล่านี้อาจจะเกิดจากโรคและความผิดปกติอื่นๆได้เช่นกัน อาการดังกล่าวได้แก่ ความต้องการทางเพศลดลง สมรรถภาพทางเพศบกพร่อง อ่อนเพลีย กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง อารมณ์แปรปรวน หลงลืมง่าย นอนหลับไม่สนิท เป็นต้น ฮอร์โมนที่ลดลงในเพศชาย มีความแตกต่างจากการลดในเพศหญิงจึงทำให้อาการต่างๆค่อยเป็นค่อยไป จนกระทั่งอาจจะไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ เพราเป็นการเปลี่ยนแปลงตามวัย มีการคาดการณืว่าฮอร์โมนเพศชายจะค่อยๆลดลงร้อยละ 1-2 ต่อปีของปริมาณที่มีอยู่เดิมหลังจากผุ้ชายอายุมากกว่า 40ปี

ฮอร์โมนเพศชายที่กล่าวถึงเป็นหลักคือฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน  ซึงแหล่งที่ผลิตเป็นหลักได้แก่ลูกอัณฑะ จะมีบทบาทหลักในการพัฒนาการทางเพศ ทำให้เด็กผู้ชายเมื่อก้าวเข้าสู่วัยรุ่นจะมีลักษณะของเพศชาย มีเสียงห้าว มีหนวด เครา และอวัยวะเพศมีพัฒนาการมากขึ้น เซลล์ในลูกอัณฑะเองก็อยู่ภายใต้อิทธิพลจากต่อมใต้สมองทำให้มีการผลิตฮอร์โมนตามปกติ หากเซลล์ในอัณฑะไม่ตอบสนองต่อการควบคุมจากต่อมใต้สมองก็จะทำให้การผลิตฮอร์โมนเพศลดลง การไม่ตอบสนองต่อต่อมใต้สมองอาจจะเกิดจากการป่วยเรื้อรังได้เช่นกัน เช่น เบาหวาน อ้วน ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ เป็นต้น นอกจากฮอร์โมนเทสโตสเตอโรนที่ผลิตจากอัณฑะแล้ว ต่อมหมวกไตยังผลิตฮอร์โมนเพศชายได้อีกประมาณร้อยละ 5 แต่มีฤทธิ์ที่อ่อนกว่าที่ผลิตจากอัณฑะ จึงมีบทบาทไม่มากนัก

ฮอร์โมนเพศชายจะมีระดับสูงขึ้น 3 ช่วง โดยครั้งแรกจะสูงในช่วงที่อยู่ในครรภ์มารดาเมื่อมีการพัฒนาของตัวอ่อน การเพิ่มครั้งที่สองในช่วงอายุ 2-5 เดือน และครั้งที่ สามเมื่อวัยรุ่น ฮอร์โมนเทสโตเสเทอโรน ประมาณร้อยละ 98 จะจับกับโปรตีน ในกระแสเลือก อีกร้อยละ 2 จะล่องลอยเป็นอิสระ ทำให้เซลล์ ต่างๆสามารถใช้ฮอร์โมนนี้ได้ เมื่ออายุมากขึ้นปริมาณโปรตีนที่จะจับกับฮอร์โมนมีมากขึ้นด้วย ทำให้ฮอร์โมนที่มีความเป็นอิสระลดลง

การวินิจฉัยภาวะพร่องฮอร์โมนเพศในเพศชาย อาศัยอาการและการตรวจทางห้องปฏิบัติการเป็นหลัก การตรวจร่างกายโดยทั่วไปมักจะปกติ แต่อาการจะมีความคล้ายคลึงกับโรคอื่นๆอีกหลายโรคดังนั้นแพทย์จึงต้องซักประวัติอย่างละเอียด และแยกโรคอื่นๆออกไป อาการส่วนใหญ่มักจะมีอาการร่วมกันหลายๆประการ เช่น มีภาวะซึงเศร้า ความต้องการทางเพศลดลง สมรรถภาพทางเพศลดลง กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง นอนไม่หลับ ความจำไม่ดี ขาดความคิดริเริ่ม สิ่งที่สำคัญคืออาจจะมีโรคอื่นๆที่ทำให้มีอาการเช่นนี้ได้ เช่ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ โรคทางจิตประสาท ที่สำคัญคือภาวะซึมเศร้า โรคทางสมอง โรคทางกล้ามเนื้อ ดังนั้น หากไม่ได้แยกโรคเหล่านี้ออกไป การรักษาอาจจะไม่ได้ผล หรือแก้ไขไม่ตรงจุด และกลับทำให้อาการเลวลงได้

การตรวจเลือดหาฮอร์โมนเพศชาย เพียงตัวเดียวมิอาจจะบอกถึงฮอร์โมนว่ามีเพียงพอหรือไม่ ดังที่กล่าวแล้วว่าฮอร์โมนที่เรามีความจำเป็นต้องการทราบคือฮอร์โมนที่เป็นอิสระไม่ได้จับกับโปรตีน การเจาะเลือดจึงต้องเจาะหาโปรตีนที่จับกับฮร์โมนด้วยซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงตามวัย และปริมาณของฮอร์โมนยังมีการเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลาของวันด้วย ซึ่งแนะนำให้ตรวจหาค่าฮอร์โมนในช่วงเช้า หากต้องการค่าที่แน่นอนว่าฮอร์โมนเพียงพอหรือไม่จะต้องเจาะเลือดพร้อมกับค่าของโปรตีนนำไปคำนวณร่วมกับค่าอื่นๆอีก เช่นน้ำหนักเป็นต้น

การรักษา สมควรให้การรักษาเมื่อมีอาการและพิสูจน์แล้วว่าพร่องออร์โมนจริง โดยฮอร์โมนเสริม สามารถให้ได้ทั้งในรูปรับประทาน ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือ ปิดที่ผิวหนัง ซึ่งแต่ละวิธีการจะมีความแตกต่างกันในด้านการดูดซึม การเผาผลาญที่ตับ และผลการรักษาจึงควรจะได้รับฮอร์โมนเสริมภายใต้การควบคุมของแพทย์ที่มีความรู้ และจะต้องติดตามผลด้วย เมื่อได้รับฮอร์โมนเสริม จะรู้สึกว่ามีคุณภาพชีวิตดีขึ้น กระปรี้กระเปร่า ความจำดี กล้ามเนื้อแงแรง ความต้องการและสมรรถภาพทางเพศดีขึ้น

สิ่งสำคัญยิ่งที่ต้องพึงระวังได้แก่อาการข้างเคียง และความผิดปกติที่จะต้องระมัดระวัง เช่นภาวะเลือดข้น เนื่องจากการผลิตเม็ดเลือดแดงเพิ่มขึน หากเลือดข้นมากเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ มีระดับไขมันในเลือดสูงขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งโคเลสเตอรอล มีการเพิ่มขึ้นของค่าเลือดของต่อมลูกหมากซึ่งจะต้องตรวจสอบต่อมลูกหมากเป็นระยะ หากมีมะเร็งต่อมลูกหมากซ่อนอยู่จะทำให้อาการรุนแรงและโตเร็วได้ อาการข้างเคียงอื่นๆได้แก้ความผิดปกติในระบหลอดเลือดและหัวใจ แพทย์จึงมีความจำเป็นจะต้องนัดมาตรวจเป็นระยะๆ มีการตรวจร่างกายเป็นระยะร่วมกับการตรวจเลือที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นหากได้รับฮอร์โมนเสริมโดยขาดความรู้และไม่ได้ติดตามอย่างถูกต้องย่อมเป็นอันตราย

ถึงแม้การให้ฮอร์โมนเสริมในชายสูงวัยที่มีความบกพร่องของฮอร์โมนเพศ จะได้ประโยชน์ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิที่ดีขึ้น อารมณ์ดีขึ้น ทำให้ชีวิตครอบครัวสมบูรณ์ แต่จะต้องระมัดระวังและชั่งน้ำหนักระหว่างประโยชน์ที่ได้รับกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะเกิด ดังนั้นจึงสมควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยที่แน่นอน เลือวิธีการรักษาที่ถูกต้องและติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด

 

 
สังคม online เกี่ยวกับโรคต่อมลูกหมาก
Share